เครื่องมือที่ปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูง(monopolar RF) นำเข้าจากประเทศอเมริกา ผ่านการรับรองจากทั้งอย.อเมริกาและอย.ไทย ว่าช่วยยกกระชับผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ได้จริง

Thermage เจ็บหรือไม่

New ThermageCPT (comfort pulse technology) Thermage CPT คือ นวัตกรรมรูปแบบใหม่ของการรักษาด้วย Thermage ซึ่ง CPT พัฒนามาจากระบบ NXT Thermage CPT เป็นระบบ “Comport Pulse Technology” มีระบบการส่งผ่านพลังงานความร้อนในการรักษา ที่ช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายในระหว่างการรักษา

thermage a1

Thermage CPT เป็นรุ่นที่3

จึงพัฒนาในเรื่องของพลังงาน ที่มีมากขึ้น ความถี่ที่สูงขึ้นแล้ว ก็แก้ปัญหาเรื่องความเจ็บด้วยเพราะ
- Comfort pulse technology ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง และสบายมากขึ้น
- Integrated cooling ปกป้องผิวด้านบนด้วยความเย็น
พลังงานจะค่อยๆปล่อยออกมาพร้อมกับปล่อยความเย็นออกมาเป็นระยะๆ ในขณะที่ส่งความร้อนไปยังผิวชั้นลึก จึงรู้สึกสบายขณะทำมากขึ้น
- Vibration มีระบบสั่นทำให้คนไข้รู้สึกสบายขณะทำ

 

thermage a2

New ThermageCPT (comfort pulse technology)

Thermage CPT คือ นวัตกรรมรูปแบบใหม่ของการรักษาด้วย Thermage ซึ่ง CPT พัฒนามาจากระบบ NXT Thermage CPT เป็นระบบ “Comport Pulse Technology” มีระบบการส่งผ่านพลังงานความร้อนในการรักษา ที่ช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายในระหว่างการรักษา

หัวทิปรุ่นก่อน จะลึก 2.3 มม. ซึ่งจะลงถึงชั้น subcutaneous แต่ปัจจุบันหัวทิปมีความลึกมากขึ้น ลึกถึง 4.3 มม. อยู่บน SMAS จึงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำลายไขมันส่วนเกินได้ดีขึ้นอีกด้วย หัวทิปใหม่ ยังออกแบบให้ปลอดภัยมากขึ้นทำให้ความร้อนกระจายสม่ำเสมอทั้งหัวทิป หมดปัญหาเรื่องการสัมผัสความร้อนบริเวณขอบทิป

thermage a3

เทอร์มาจเหมาะกับใคร? เทอร์มาจช่วยอะไรได้บ้าง?

  1. คนที่ต้องการยกกระชับใบหน้าหย่อนคล้อย ขอบหน้าไม่ชัด ยังไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่ต้องการพักฟื้น
  2. คนที่ใบหน้ามีเนื้อแก้มเยอะหรือมีเหนียง
  3. คนที่มีปัญหารอบดวงตา ต้องการยกกระชับเปลือกตา เปลือกตาเริ่มตก หนังตาตก ต้องการยกคิ้ว
  4. คนที่มุมปากเริ่มตก มีร่องหรือริ้วรอยในระยะเริ่มต้น แต่ยังไม่อยากฉีดbo-tox
  5. คนที่ต้องการเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวหน้าเพิ่มมากขึ้น
  6. อายุ 35-60ปี เพื่อการยกกระชับผิวที่ได้ผลดียิ่งขึ้น
  7. ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด ศัลยกรรมดึงหน้า
  8. กลุ่มคนหลังคลอด หรือหลังลดน้ำหนัก หลังดูดไขมัน face lift
*** เทอร์มาจไม่เหมาะกับใคร คนที่อายุมาก (มากกว่า 70ปี) ผิวหย่อนคล้อยมาก ทั้งนี้ต้องให้แพทย์ประเมินถึงวิธีการที่เหมาะสม, ห้ามทำในคนที่มีโรคประจำตัว ที่ต้องใส่ pacemaker ***

Thermage CPT เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อยคล้อยของผิวไม่มากเกินไป และ ไม่ถูกแสงแดดทำลายผิวมากเกินไป

Body บริเวณลำตัว

1. สามารถทำท้องที่หย่อน แตกลาย โดยเฉพาะหลังคลอดบุตร หรือหลังลดน้ำหนัก ที่มีปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อย

2. สามารถทำต้นขา ต้นแขน สะโพก love bundle (บริเวณขอบกางเกงด้านหลังที่เป็นก้อน) และทุกส่วนของร่างกาย เพื่อทำให้กระชับ ขจัดเซลลูไลต์และผิวเรียบเนียนขึ้น

 
มีคำถามเรื่องผิวพรรณ หรือต้องการให้หมอช่วยประเมินใบหน้า
ปรึกษาได้ฟรีทาง line: @thewishclinic
addline thewish

thermage a4

#ระยะเวลาในการทำ

ใช้เวลาประมาณ1-2 ชม.

#ผลการรักษา

- ยกกระชับเห็นทันที เนื่องจากคอลลาเจนหดตัว ประมาณ 20-30% หลังจากนั้นสภาพผิวจะดีขึ้น เนื่องจากเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ได้ผลเต็มที่ 6 เดือนหลังจากการรักษา
- อยู่ได้นาน1-2 ปี ตามสภาพผิว
- ทำต่อเนื่องปีละครั้งจะช่วยฟื้นฟูผิวเดิมให้ดีขึ้น และทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นการชะลอวัยในระยะยาว ซึ่งเป็นข้อดีที่แตกต่างจากไม่ว่าจะเป็นร้อยไหม โบ-ทอกซ์หรือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า

thermage ulthera HIFU ต่างกันอย่างไร

- Thermage เป็นคลื่นความถี่วิทยุพลังงานสูง ลงลึก 4.3 มม. ได้ตั้งแต่ชั้นผิวบนสุดจนถึงชั้นไขมันหรืออาจจะ smas บนๆ ข้อดีคือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสตินได้ทุกชั้นของผิวตั้งแต่ชั้นหนังแท้ลงมาถึงชั้นไขมัน
- Ulthera เป็น คลื่นเสียงพลังงานสูง (High intensity focus ultrasound) ที่ทำให้เกิดการบีบเป็นจุดเล็กๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่แพทย์ศัลยกรรมผ่าตัด ในการผ่าตัดดึงหน้า การที่ทำให้SMAS หดตัวจึงทำให้ ใบหน้ากระชับยกขึ้นแน่นขึ้น
- HIFU ก็คือย่อตรงตัวเป็น high intensity focus ultrasound เทคโนโลยีเดียวกันกับอัลเทอร่า แตกต่างกันตรงที่พลังงานของอัลเทอร่าจะสูงกว่าทำปีละ 1 ครั้งอยู่ได้นาน 1ปี ในขณะที่ HIFU พลังงานต่ำกว่าทำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งค่ะ หลักการเหมือนกันคือ ทำให้ชั้น SMAS หดตัว จึงช่วยยกกระชับ ข้อดีอีกข้อนึงคือความเจ็บน้อยกว่าอัลเทร่าอยู่พอสมควร

เราควรทำอะไรดี Thermage Ulthera หรือ HIFU อะไรดีที่สุด

สิ่งที่จะทำให้หน้ายกกระชับ ปรับรูปหน้า ผิวแน่นไม่หย่อนคล้อยคือ

  1. ทำให้คอลลาเจนหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน
  2. ทำให้ชั้นSMAS หดตัว

เพราะฉะนั้น แต่ละคนปัญหาต่างกันดูตามความเหมาะสมเลยค่ะ

ข้อควรระวังและข้อจำกัดในการรักษา

  • ไม่เหมาะกับการรักษาในผู้ที่ติด Pacemaker ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีผิวหนังคุณภาพไม่ดี เช่น ติดเชื้อ มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
  • ผู้ที่ใช้ยากลุ่ม NSAIDS หรือ Corticosteriods มานาน