คือ เทคโนโลยีของการใช้คลื่นความถี่วิทยุ เพื่อช่วยในการรักษาหลุมสิว รอยแผลเป็น โดยการใช้ตัวเครื่องที่เป็นหัวเข็มขนาดเล็กมากส่งคลื่นวิทยุ RF ไปยังบริเวณที่ต้องการรักษา โดยที่จังหวะของการปล่อยเข็มและดึงกลับของ Scarlet จะไม่ทำให้เลือดออก ไม่เกิดรอยแผลหรือรอยช้ำบริเวณที่ได้รับการรักษา จากนั้น คลื่น RF ที่จะถูกส่งผ่านจากผิวชั้นนอกเข้าสู่ผิวชั้นใน จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนและเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ชั้นใน ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวหน้ากระชับเต่งตึงขึ้น และยังช่วยรักษาริ้วรอย และจุดด่างดำจากสิวอีกด้วย

 

Scarlet Laser คืออะไร ?

- scarlet laser เป็น เลเซอร์ที่รวมเอา 2 เทคโนโลยี การกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว มารวมกัน คือ การปล่อยคลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) และ Microneedle therapy
- Microneedle ของ scarlet เป็นเข็มที่เล็กมาก ๆ 25 เข็ม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวนำคลื่นวิทยุ RF ให้ลงไปสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- เข็มของ scarlet สามารถ ปรับระดับความลึกได้ ตั้งแต่ 0.5-3.5 มิลลิเมตร ทำให้แพทย์สามารถเลือกได้ว่าจะให้พลังงานลงลึกแค่ไหน ลงถึงชั้น dermis หรือเพียง epidermis และสามารถปรับให้เหมาะสมตามแต่ละตำแหน่งของใบหน้า
- การทำ scarlet laser ใช้เวลาฟื้นตัวน้อยมาก เมื่อเทียบกับการรักษาหลุมสิว และการยกกระชับหน้าด้วยเลเซอร์ ชนิดอื่น โดยใช้เวลาเพียง 1-3 ชม. เท่านั้น อาการบวมแดง ก็จะลดลง

ความหนาของผิวหนังโดยเฉลี่ย ผิวชั้นนอก 0.5 - 1.5 mm และชั้นหนังแท้ (Dermis) ประมาณ 1-4 mm ซึ่งเข็มของ Scarlet สามารถลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้

 

ทำไมต้องเลือก Scarlet

1.เพิ่ม volume เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า

- ด้วยการกระตุ้นผิวที่ลึกมากถึงชั้นคอลลาเจน พลังงาน RF จะทำให้ เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนให้มีการสร้างใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึง อ่อนเยาว์มากขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง

2. เป็นการรักษาด้วย Fractional RF ที่ได้ผลดีที่สุด

- fractional RF วิธีอื่น ๆ มักทิ้งแผลไว้ที่ผิวด้านนอก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะหายดี และเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำตามมา แต่การทำ scarlet จะช่วยกระตุ้นทั้งผิวชั้นนอก (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยไม่ก่อให้เกิดแผลที่ภายนอก
- การกระตุ้น ผิวชั้นนอกด้วย Fractional RF ของ scarlet จะช่วยให้ผิวด้านนอกดูเรียบเนียน ลดรอยหลุมสิว แผลเป็น ทำให้รูขุมขนเล็กลง
- การกระตุ้น ผิวชั้นหนังแท้ จะทำให้เกิดการสร้างใหม่ของ เส้นใยที่ช่วยพยุงผิว เช่น คอลลาเจน (Collagen) ทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น มีความเต่งตึง มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

3. เจ็บน้อย ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องพักฟื้น

- ด้วยระบบ " Shock Free Needle " เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่จะมีการปล่อยพลังงานไปพร้อมกับจังหวะการลงของเข็ม ทำให้ความเจ็บน้อยลง และช่วยไม่ให้เลือดออก ทำให้ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกอะไรเลยขณะทำการรักษา (มีการแปะยาชาบริเวณผิวหน้าร่วมด้วย)
- สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังรับการรักษา

4.เป็นการดึงหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัด ( non-surgical facelift)

- ภายหลังการทำ จะมีการกระตุ้นคอลลาเจน ตามบริเวณที่รับการรักษา ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า
- scarlet laser ช่วยฟื้นฟูผิวหน้า (Skin rejuvenation) , เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ( Skin elasticity ) , และรักษารอยหลุมสิว โดยใช้พลังงานจากเซลล์ผิวหนังที่แข็งแรง รอบ ๆ บริเวณที่ทำการรักษา
- หลังการรักษา สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพราะจะมีอาการบวมแดง เพียง 1-3 ชม. เท่านั้น
- ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ ทำให้การลงพลังงาน และการลงตำแหน่งรักษาเป็นไปอย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลการรักษาที่น่าพึงพอใจ

 

Scarlet Laser 03

ใครที่เหมาะในการทำ Scarlet laser บ้าง

1. ผิวหนังที่เริ่มชรา (Aging skin) และผิวที่เสียจากแสงแดด (Photoaging skin)
2. ริ้วรอยเหี่ยวย่น และใบหน้าหย่อนคล้อย
3. แผลเป็นลึก รอยหลุมสิว
4. รอยแตกลาย
5. ผิวหน้าแห้ง ขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง
6. ผิวหน้าตามตัวหย่อนคล้อย เช่น แขน ท้อง

ผลที่ได้รับหลังรับการรักษาทันที

1. ผิวหนังตึงกระชับมากขึ้น เห็น Jaw line ชัดเจนขึ้น
2. เพิ่มความยืดหยุ่น เต่งตึงของผิว ผิวหน้าดูสุขภาพดียิ่งขึ้น
3. ริ้วรอยใบหน้าลดลง
4. สีผิวมีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น
5. หน้ามันลดลง

ผลหลังรับการรักษาครบคอร์ส 3 เดือน 

ผิวหน้ากระชับมากขึ้น สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
93%
รูขุมขนกระชับมากขึ้น
87%
ริ้วรอยเหี่ยวย่นตื้นขึ้น
77%
ผิวหนังเต่งตึงมากขึ้น
70%
ร่องแก้มดูลดลง
55%

 

ขั้นตอนการทํา Scarlet RF

1. ทําความสะอาดใบหน้าด้วย Cleansing Milk Lotion ช่วยทําความสะอาดผิว และโอนโยนต่อทุกสภาพผิว เพื่อเตรียมพร้อมผิวในขั้นตอนการทํา Scarlet
2. ทายาชาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 40 นาที
3. เมื่อครบเวลา 40 นาที เช็ดทําความสะอาดยาชาบนใบหน้า
4. ใช้เครื่อง Scarlet ในการรักษาบริเวณหลุมสิว รอยสิว และช่วยยกกระชับใบหน้า
5. ทา TA Cream ช่วยลดอาการระคายเคืองของผิว
6. ทา Revital Cream ช่วยในการบารุงผิว
7. ทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด
*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงตามแต่ละบุคคล

 

 
มีคำถามเรื่องผิวพรรณ หรือต้องการให้หมอช่วยประเมินใบหน้า
ปรึกษาได้ฟรีทาง line: @thewishclinic
addline thewish
 

ควรทำบ่อยแค่ไหน

1. ทำทุก 2-4 สัปดาห์ ติดกัน 5 ครั้ง ( ขึ้นกับสภาพผิว และปัญหา) หลังทำสามารถเห็นผลการรักษาได้ทันที
2. เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น จากการสร้างคอลลาเจนเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
3. ทำซ้ำได้ทุก 6 เดือน - 1 ปี ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหา และสภาพผิวหน้า

**หมายเหตุ ผลการรักษาแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล การรักษาอาศัยวิจารณญาณแพทย์เป็นสำคัญ
ตัวอย่างผู้ป่วยหลังทำ SCARLET laser 5 ครั้ง ร่วมกับการทำ subcision (การใช้เข็มตัดผังผืดใต้หลุม) หลังทำ 6 เดือนผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น การรักษาสิวได้ผลดีขึ้น

ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย Scarlet RF

  • ไม่เจ็บมาก Scarlet เป็นการทิ่มเข็มขนาดเล็กไปที่ผิวหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคลื่น RF ที่มีความร้อนต่ำ จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากนัก
  • ไม่เกิดรอยช้ำ รอยแผลจากการรักษา
  • ช่วยรักษาหลุมสิวได้ หน้าจะกระชับมากขึ้นด้วย

Q&A

Q: ควรจะต้องทำกี่ครั้ง จึงจะเห็นผลการรักษาที่ชัดเจน
A: ควรเข้ารับบริการ 5 ครั้งขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
Q: สามารถทำได้บ่อยครั้งแค่ไหน
A: 1 ครั้ง/เดือน
Q: ผู้ที่ไม่ควรทำทรีทเมนต์นี้
A: ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
Q: ผลข้างเคียงที่อาจได้รับ
A: มีรอยแดงบริเวณที่ทำการรักษาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด งดแต่งหน้าหรืองดใช้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่่ใช้เป็นประจำประมาณ 2 – 3 วัน